you name 13

ถามนักเรียนสาวม.ปลายญี่ปุ่น ทำไม YOUR NAME หรือ KIMI NO NA WA ถึงดังขนาดนี้!

เนื่องจากมีโอกาสได้ดูไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา แล้วเป็นคนเขียนเพจแนวญี่ปุ่นอยู่แล้วด้วย
เลยพยายามล้วงลึกติดตามต่อไปว่าทำไม แอนิเมชั่นเรื่องนี้ถึงได้ดังระดับปรากฎการณ์ในประเทศญี่ปุ่น

ผมไปอยู่ญี่ปุ่นมาเจ็ดปีแล้ว ตลอดเจ็ดปีส่วนใหญ่จะได้ยินแต่อนิเมชั่นของค่าย STUDIO GHIBLI
แต่ครั้งนี้ผู้กำกับหนุ่มคุณมาโกโตะ ชินไก ทั้งเขียนบทและเป็นผู้สร้างเอง ปั้นให้ภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องนี้มียอดชมมากกว่า 10 ล้านคน
สร้างรายได้สูงทะลุ 18,400 ล้านเยน หรือ 6,000 ล้านบาทไปเมื่อ 13 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
ครองอันดับ 1 ติดต่อกันในตลาดภาพยนตร์ประเทศญี่ปุ่นได้ถึง 9 สัปดาห์ติดเรียกได้ว่าเป็นปรากฏการณ์สำคัญในญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้
ถึงขนาดที่ทำให้ตั๋วหนังเป็นที่ต้องการสูงมาก ช่วงแรกๆ หลังเข้าฉายนี่คนญี่ปุ่นแห่กันไปดู
your name
ส่วนอะไรที่เป็นสาเหตุให้อนิเมชั่นเรื่องนี้โด่งดังขจรไกลถึงขนาดนี้ นักเรียนสาว ม.ปลายมีคำตอบดังนี้ครับ
1. ประทับใจจนต้องบอกต่อ
ปรากฏการณ์นี้เพื่อนๆ น่าจะเห็นเกิดขึ้นไม่ต่างกันในประเทศไทย
หลังจาก KIMI NO NAWA หรือ YOUR NAME เข้าฉายได้ไม่นาน
ผมก็เห็นเพื่อนๆ หรือเพจชื่อดังเป็นจำนวนมาก โพสต์ชื่นชมภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องนี้ว่า “ล้ำค่าแก่การดู”
เห็นคนให้คะแนน 10/10 ไม่น้อย ทำให้รู้สึกเลยว่า ถ้าไม่ได้ดูอาจจะรู้สึกว่าตกเทรนด์ได้ คุยกับเพื่อนเดี๋ยวจะคุยไม่รู้เรื่อง
ปรากฏการณ์ดังกล่าวก็เกิดขึ้นในญี่ปุ่นอย่างเห็นได้ชัดครับ หลังจากนักเรียนม.ปลายได้ดูหนังเรื่องนี้
ส่วนใหญ่จะใช้ช่องทาง Twitter ในการ tweet เล่าความประทับใจเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้
(คนญี่ปุ่นใช้ Twitter เยอะมากๆ ครับ) แล้วส่วนใหญ่จะเห็นข้อความในลักษณะที่ว่า
your name2
“สนุกมาก ต้องดูให้ได้นะ (面白いから見たほうがいい)”
น้องบางคนถึงกับ Tweet ว่าดีจนกระทั่งไม่รู้จะใช้คำพูดอะไรอธิบายความรู้สึกนี้
บางคนก็บอกว่าดูรอบเดียวไม่พอ จะดูอีกสักสองสามรอบ

พอมีการใช้ Twitter กระจายออกไปเรื่อยๆ ก็เป็นที่พูดถึง (Viral)ในญี่ปุ่น
ไม่เฉพาะกลุ่มวัยรุ่นเท่านั้น แต่กระจายไปในทุกรุ่นทุกวัย กระตุ่มต่อมความอยากดูไปทั้งญี่ปุ่นครับ
ทางผู้สร้างและผู้กำกับ คุณมาโกโตะ ชินไกก็พูดเกี่ยวกับความฮอตฮิตขยายวงกว้างไปไกลทั่วญี่ปุ่นไว้ว่า
“รู้สึกดีใจมากที่กลายเป็นปรากฏการณ์ ผมไม่ได้ตั้งใจสร้างหนังให้กลายเป็นที่พูดถึงใน Social Media
เพียงแต่คิดง่ายๆ ว่าอยากสร้างหนังให้ทุกคนรู้สึกว่า สนุก ดูจบแล้วก็ยังรู้สึกว่าอยากจะดูซ้ำอีก แค่นั้นเองครับ”
ผมเองตอนแรกก็เฉยๆ นะ แต่พอเห็นเพื่อนๆ หลายคนโพสต์ใน FACEBOOK เลยรู้สึกว่าไม่ดูไม่ได้แล้ว
your name
“เสียน้ำตาให้กับเรื่อง kimi no na wa อยากจะดูอีกรอบ”

2. เข้าอกเข้าใจหัวใจนักเรียน ม.ปลาย
ในรายการออกไปสัมภาษณ์นักเรียนม.ปลาย
ให้ยกตัวอย่างสถานการณ์ที่คิดว่าคุณมาโกโตะเข้าใจพวกเขาเป็นอย่างดี
ซึ่งก็จะมีสถานการณ์ประมาณนี้
your name6
“เวลาเช้าอันเร่งรีบของมิสึฮะ นางเอกในเรื่องที่พยายามม้วนผม เหมือนฉันเลยค่ะ”
your name7
“ตอนที่สลับร่างกัน มีฉากทาคิคุงพระเอกของเรื่องที่เข้าไปอยู่ในร่างมิสึฮะ กำลังเอามือบีบนมอยู่”
คิดว่าถ้าเป็นเพื่อนๆ ผู้ชายในคลาสก็คงทำแบบเดียวกัน รู้สึก Real มาก

อีกอันที่เด่นชัดและเป็นนิสัยคือ การใช้สมาร์ทโฟนในการบันทึกเรื่องราวต่างๆ
ซึ่งถือเป็นนิสัยของนักเรียนม.ปลายส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นในตอนนี้
ตอนที่ผมไปเรียนและทำงานที่นั่นผมก็มีโอกาสสังเกตเห็นเช่นเดียวกันว่า
ตอนนั่งรถไฟพวกเขาจะชอบอยู่กับมือถือ และกำลังพิมพ์อะไรในบล็อคหรือ
การใช้ตัวอักษรในการสื่อสารระหว่างกันค่อนข้างเยอะ ในเรื่อง YOUR NAME หรือ KIMI NO NA WA เอง
ตอนที่มีการสลับร่างกัน จะมีการสูญเสียความจำในช่วงนั้นไป อุปกรณ์ที่จะช่วยสื่อสารหรือคอยเตือนกันและกัน
ที่ถูกนำมาใช้ในแอนิเมชั่นเรื่องนี้คือ “สมาร์ทโฟน” ครับ เพื่อไม่ให้เรื่องที่เกิดขึ้นในวันที่สลับร่างกันสูญหายไป
ต่างคนต่างใช้สมาร์ทโฟนบันทึกเรื่องราวที่เกิดขึ้นคล้ายกับเขียนไดอารี่
your name 7

นอกจากนั้นยังใช้มันในการเขียน “ข้อห้าม” ที่ห้ามทำระหว่างสลับร่าง
เช่น มิสึฮะจะห้ามไม่ให้ทาคิคุงลงโอฟุโระ (หรืออ่างอาบน้ำ), ห้ามนั่งอ้าขาขณะอยู่ในร่างเธอ
ส่วนทาคิคุงก็มีข้อห้ามสำหรับมิสึฮะเช่นกัน
สาวๆ ม.ปลายจึงยืนยันว่า นี่ใช่พวกเธอเลย

your name 8
เพราะทุกวันนี้ก็ใช้สมาร์ทโฟนในการบันทึกอะไรต่อมิอะไรอยู่ คนญี่ปุ่นจะติดนิสัยจดบันทึกมากๆ ครับ
ตอนวัยรุ่นใช้สมาร์ทโฟน ตอนทำงานใช้สมุดออแกไนเซอร์ในการบันทึก ประมาณนั้น

ส่วนอีกข้อที่นักเรียนสาว ม.ปลายแอบสงสัยในตัวผู้กำกับคุณมาโกโตะ ชินไก คือ
“ผู้กำกับอายุ 40 กว่าๆ สามารถเขียนเรื่องราวกับว่าเข้าใจชีวิตวัยรุ่นนักเรียนม.ปลาย ถึงแก่นแท้ขนาดนี้ได้อย่างไร”
“คุณมาโกโตะ ชินไก เอาข้อมูลของพวกเรามาจากแหล่งไหน?” เป็นต้น
น้องๆ หลายคนก็เดาว่า “นี่น่าจะแอบอ่านมังงะสำหรับเด็กผู้หญิงหรือเปล่า”
“หรือผู้กำกับแอบไปเป็นนักเรียนม.ปลายแล้วศึกษาชีวิตพวกเขา?”
“หรือใช้ช่องทาง Twitter หรือ SNS อื่นๆ ในการสืบว่าเด็กม.ปลายเค้าคุยอะไรกันอยู่?”

ความเป็นจริงแล้วคุณมาโกโตะก็เฉลยว่า
“ผม่ไม่ได้เข้าใจสิ่งที่นักเรียนสาวม.ปลายคิดหรอกนะ ทั้งหมดมาจากการจินตนาการครับ”
“เรื่องจินตการแอบฟังดูแปลกๆ อยู่บ้าง แต่อยากให้รู้ว่า นักเขียนการ์ตูนหรือนักเขียนนิยาย
เค้าใช้ทักษะในการจินตนาการค่อนข้างสูง เพราะต้องเขียนเรื่องราวของคนอื่น ซึ่งแตกต่างจากเรื่องราวชีวิตของผู้เขียนเอง
เราจะคอยคิดว่า ถ้าอยู่ในสถานการณ์นั้น เราจะทำแบบไหน ตัดสินใจอะไร คิดแค่นั้นเองครับ
อย่างถ้าผมต้องสลับร่างกลายเป็นผู้หญิงขึ้นมา ผมก็คงทำแบบเดียวกัน (ใช่การจับนมหรือเปล่า 555)
มีการตั้งข้อห้ามระหว่างกันและกันที่โน้ตไว้ในสมาร์ทโฟนเหมือนในแอนิเมชั่นครับ
ผมจะอายุ 40 กว่าๆ แล้วแต่ก็ยังคิดไม่ต่างจากนักเรียนม.ปลายครับ เพียงแต่ว่ามีประสบการณ์มากกว่าพวกเค้าเท่านั้นเอง
แต่ความรู้สึกตอน ม.ปลายก็ยังคงอยู่ในใจผมตลอด”

makoto shinkai

จริงๆ แล้วผมไม่ค่อยสงสัยว่าทำไมภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องนี้ถึงกลายเป็นปรากฏการณ์ในประเทศญี่ปุ่น
รวมถึงประเทศไทยเรา ผมคิดว่าผู้กำกับและทีมงานสร้างมีความใส่ใจในรายละเอียดของเรื่องราวที่นำมาเล่านั่นเอง
แล้วที่สำคัญใช้ทักษะ “เอาใจเขามาใส่ใจเรา” ที่ถูกใส่ลงไปใน story เของแอนิเมชั่นเรื่องนี้
ผู้สร้าง/ผู้กำกับสามารถจินตนาการแทนตัวละครได้ว่า เวลาสลับร่างแล้วน่าจะมีพฤติกรรมอย่างไรบ้างเพื่อให้คนดูมีความรู้สึกว่ามีส่วนร่วมใน story นี้

“ผมอยากจะให้คนดูรู้สึกสนุก ถ้ายังไม่เข้าใจประเด็นไหนก็อยากมาดูซ้ำอีก”
ทุกอย่างมันมีที่มาที่ไปเสมอ ที่ภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องนี้เป็นที่โด่งดังในทุกๆ ที่ที่เข้าฉายไม่มีอะไรต้องสงสัยอีกแล้ว
ผู้กำกับดี ทีมงานตั้งใจ และความเอาอกอกใจ “อยากให้คนดูมีความสุข”
Boom JapanSalaryman

ถ้าใครสนใจเรื่องราวการตามหาความฝันสไตล์คนญี่ปุ่น มีความสุขระหว่างการทำในสิ่งที่รัก
ผมขออนุญาตแนะนำหนังสือ “วิ่งตามฝัน ยังไงก็ชนะ” 8 วิธีวิ่งคว้าฝัน สไตล์คนญี่ปุ่น
วิ่งตามฝันยังไงก็ชนะ
ที่ผมเลือกสรรคนญี่ปุ่นตัวอย่างผู้วิ่งตามฝันสำเร็จ พร้อม 8 วิธีการเด็ดที่คนญี่ปุ่นใช้
คัดเลือกมาเน้นๆ มาเพื่อผู้อ่านโดยเฉพาะครับ
มีวางขายแล้วที่ร้านหนังสือ SE-ED, KINOKUNIYA และแผงหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ
ฝากอุดหนุนเป็นกำลังใจด้วยนะครับ
ปล. ตอนนี้อยู่ BESTSELLERS อันดับ 12 ในหมวดจิตวิทยา (การจัดอันดับขายดีราย 7 วันของร้านหนังสือ SE-ED)

 

ผมเพิ่มการสื่อสารอีกหนึ่งช่องทางที่ไลน์@ นะครับ
สามารถ add friend เพื่อที่จะไม่พลาดแนวคิดดีๆ
โดยการคลิกส์ add ที่ไอคอนข้างล่างได้ทันที
เพิ่มเพื่อน

credit เรื่องราวจาก https://youtu.be/ENvVY0wpZds

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *