rintaro หมอ

8 ข้อควรปฏิบัติในการเป็นหมอ จากหนูน้อยรินทาโร่

ยังมีเรื่องของเด็กญี่ปุ่นคนหนึ่งชื่อ “รินทาโร่” วัย 13 ขวบ
เขาโชคร้ายที่เกิดมาพร้อมกับโรคเกี่ยวกับหัวใจที่ร้ายแรง
ชีวิตของรินทาโร่ต้องอยู่กับการให้น้ำเกลือ
และสายระโยงระยางให้ออกซิเจนอยู่ตลอดเขามีน้องชายที่อายุห่างจากเขาประมาณ 10 ปี
ชื่อเอจิโร่วัย 4 ขวบ น้องที่คลุกคลีอย่างใกล้ชิดและ
เห็นอาการพี่ชายมาโดยตลอด
ดีบ้างร้ายบ้าง เห็นรูปร่างภายนอกและความลำบากของพี่ชาย
จนวันนึงน้องได้เอ่ยปากบอกกับพี่ชายว่า
“โตขึ้น ผมจะเป็นหมอ จะได้มารักษาพี่”
.
พี่ชายรู้สึกดีใจมากๆ จึงได้ลงมือเขียนข้อความ
“8 ข้อควรปฏิบัติในการเป็นหมอ”
ที่อยากให้น้องชายที่ฝันจะเป็นหมอได้อ่านในอนาคต

หมอ
.
ต้องเล่าว่าข้อควรปฏิบัติ 8 ข้อนี้
กลั่นมาจากหัวใจของรินทาโร่
เด็กชายที่มีประสบการณ์อยู่ในโรงพยาบาล
มีประสบการณ์ของการเป็นคนไข้
และเข้าใจว่าคนไข้ต้องการอะไรจริงๆ
.
คนที่อยากเป็นหมอ หรือใครมีเพื่อนเป็นหมอ
ลองให้เค้าอ่านดูนะครับ
หรือแม้แต่คนที่ไม่ได้เป็นหมอ
..ผมเชื่อว่าคุณต้องการหมอแบบนี้มารักษาคุณ

“8 ข้อควรปฏิบัติในการเป็นหมอ” โดย ด.ช.รินทาโร่
.
1. ให้คอยสังเกตและห่วงใยไปถึงชีวิตความเป็นอยู่ของคนไข้ด้วย
เช่น ครอบครัวของคนไข้ หรืองานอดิเรกที่คนไข้ชอบ
.
2. ให้อธิบายการรักษา หรือการตรวจให้คนไข้เข้าใจง่าย
เพราะคนไข้ทุกคน มักจะกังวลกับโรคหรือการเจ็บป่วยที่ตัวเองรักษาอยู่
.
3. คนไข้ไม่รู้หรอกว่าจะรู้สึกทรมานจากอาการป่วยตอนไหน
แต่ที่สำคัญยิ่งกว่า…ทันทีที่รู้ หมอนั้นพยายามเพื่อคนไข้ได้รวดเร็วแค่ไหน
.
4.คนไข้ที่นอนโรงพยาบาลก็มีชีวิตส่วนตัว และเวลาของเค้า
ถ้าเป็นไปได้หมอควรจะตรวจรักษาให้สอดคล้อง
กับการดำเนินชีวิตของคนไข้ เช่น ครั้งนึงรินทาโร่
ได้รับเรียกจากคุณหมอ H ให้ไปตรวจอุลตร้าซาวน์
เวลานั้นคุณหมอ H คิดดูใหม่แล้วพูดกับเค้าว่า
“จะถึงเวลาอาหารกลางวันแล้ว เมนูวันนี้เป็นเส้นอุด้งด้วย
ถ้าทิ้งไว้นานๆ เดี๋ยวเส้นจะไม่อร่อย ถ้างั้นหนูรินทาโร่
ทานอุด้งให้เสร็จแล้วค่อยมาอุลตร้าซาวน์กันนะ”
.
5. สำหรับคนไข้ที่นอนโรงพยาบาล
เตียงนอนคนไข้เปรียบเสมือนกับบ้านของพวกเค้า
เวลาจะเข้าไปเจาะเลือด หรือสอบถามอาการ
ก็ควรไปด้วยการให้เกียรติ
เหมือนกำลังจะเข้าไปเยี่ยมบ้านพวกเขา
.
6. คนไข้ หรือครอบครัวของคนไข้
ล้วนตั้งหน้าตั้งตารอฟังผลการผ่าตัด/ผลการตรวจรักษา
ถ้าทราบแล้วให้รีบแจ้งอาการให้กับพวกเค้าโดยทันที
.
7. สายสัมพันธ์ มิตรภาพ หรือความห่วงใยต่อคนไข้
ไม่ได้จบไปหลังจากการรักษาเสร็จเสมอไป
.
8. หมอไม่ควรยอมแพ้ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดๆ
อาจจะมีหนทางรักษาที่เราไม่ได้คาดคิดมาก่อนก็ได้
หรืออาการไม่ดีนั้น อาจจะเป็นเพียงแค่ช่วงเดียวและหายไป
ถึงหมอจะรู้สึกสิ้นหวังไปแล้ว แต่สำหรับคนไข้
หรือครอบครัวของพวกเค้าอาจจะคิดต่างกัน!

นี่คือ 8 ข้อควรปฏิบัติที่หนูรินทาโร่
ขอเป็นตัวแทนสื่อสารไปสู่หมอทุกท่าน
สรุปสั้นๆง่าย มองจากภาพรวมแล้ว
สิ่งที่หนูรินทาโร่ได้เขียนเอาไว้
คือศาสตร์แห่งความ “เอาใจใส่”
ที่ไม่ว่าคุณจะอยู่ในอาชีพอะไร
คุณก็ควรจะมีประดับไว้เพื่อความก้าวหน้าในชีวิตและหน้าที่การงานครับ

ข้อมูลดีๆจาก
http://www.asahi.com/articles/ASGBR6FXDGBRPIHB03L.html

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *