gorugo ดัดสันดาน

“โกรุโกะ” นักแสดงตลกผู้สอนหนังสือในโรงเรียนดัดสันดานญี่ปุ่น

ที่ญี่ปุ่นจะมีนักแสดงตลกชายอยู่คนนึงครับ
เขามีชื่อว่า “โกรุโกะ มัทซึโมโต” กับทรงผมอันมีเอกลักษณ์
แต่สิ่งๆ หนึ่งที่เขาทำเป็นประจำไม่ขาดเว้น
คือการเวียนไปสอนตามโรงเรียนดัดสันดานในญี่ปุ่น(โรงเรียนที่รับเด็กที่ทำผิดกฎหมาย เช่น การลักขโมย,
ทำร้ายร่างกาย, กลุ่มวัยรุ่นอันธพาลที่คอยป่วนตามท้องถนน
โดยจะเข้ามาฝึกอบรมและฝึกอาชีพจนกว่าจะพ้นโทษออกไป)

เด็กจะต้องอยู่ในโรงเรียนดัดสันดานแห่งนี้เฉลี่ยแล้วประมาณครึ่งปี
ถึงจะได้ออกไปสู่สังคมภายนอก
แต่เรื่องจริงที่เกิดขึ้นคือ…
ทุกๆ ปีจะมีเด็กอยู่หลายคนที่ไม่มีโอกาสได้ออกไป
เพราะเงื่อนไขที่จะออกไปได้ คือครอบครัวต้องรับไปดูแล
แต่พ่อแม่ หรือครอบครัวบางคนก็ทนนิสัยของเด็กไม่ไหว
แล้วเลือกปฏิเสธไม่รับกลับไปเลี้ยงดูก็มี

Gorugo เห็นปัญหาตรงนี้
จึงอยากจะเติมเต็มให้นักเรียนในโรงเรียนดัดสันดาน
ได้เห็นแผนที่ชีวิตที่ควรจะเป็น
Gorugo จึงได้เริ่มเข้าไปสอนให้กับนักเรียนเหล่านี้
อย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลา 4 ปีแล้ว
เมื่อต้นปีที่ผ่านมามีรายการทีวีขอเข้าไป
บันทึกเทปเนื้อหาที่เค้าเอาไปสอนเด็กๆ
จนกลายเป็นกระแสดังมากๆ
แชร์ออกไปเป็นแสนเป็นล้านในประเทศญี่ปุ่น

เพราะสิ่งที่คุณ Gorugo คือการนำตัวอักษรค้นจิ
ในภาษาญี่ปุ่นมาอธิบายเป็นเรื่องราว
ชี้ให้เด็กเห็นความสำคัญของ “การเป็นมนุษย์”
และ “การดำรงชีวิตอยู่” เช่น

+ 1. ความสำคัญของการพบกัน+
ถ้าเดินเข้าไปทักทายคนใหม่ๆ หนึ่งคนต่อวินาที
แม้อายุยืนถึงหนึ่งร้อยปีก็จะได้เจอคนทั้งหมด
60 คน x 60 นาที x 24 ชั่วโมง x 365 วัน x 100 ปี
= 3,153,600,600 คน หรือมากกว่า 3,100 ล้านคน

ถึงแม้จะรู้จักคนด้วยความเร็วขนาดนี้
รีบให้ตายยังไงก็ยังไม่มีโอกาสได้เจอได้รู้จักคนทั้งโลกได้
(ประชากรโลกมีประมาณ 7,300 ล้านคน)
ดังนั้น Gorugo สรุปว่า
“ทุกการเจอกันมีความหมายทั้งหมด”
เกิดมาแล้วเราจะไม่มีโอกาสได้เจอกับคนได้ทั้งหมด
จะมีโอกาสเจอเฉพาะคนที่จำเป็นหรือมีเหตุให้เจอเท่านั้น
ในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า “โกะเอ็นご縁” หรือที่แปลว่า “สายสัมพันธ์”

ดังนั้นจึงอยากให้ทุกคนเห็นความสำคัญของการพบกันในแต่ละครั้ง

gorugo ดัดสันดาน

+ 2. สิ่งที่เอ่ยปากพูดออกไปจะกลายเป็นเรื่องจริง+
อยากให้ลองนึกกลับว่า ตอนนี้เรามีคำพูดติดปากอะไรบ้าง
…หนวกหูจัง
…เหนื่อยว่ะ
…ไม่สนุกเลย
หรืออีกหลายๆ คำบ่น เป็นคำพูดติดปากของเราหรือเปล่า
เพราะถ้าเธอพูดแบบนี้มากเท่าไหร่
เราจะเจอสิ่งแวดล้อมแบบนั้น มันจะวกกลับเข้ามาหาตัวเรา

หนวกหูจัง….ก็จะเจอแต่เรื่องน่าหนวกหูเข้ามา
เหนื่อยจัง….ก็จะได้เหนื่อยอยู่เรื่อยๆ
แถมจิตใจเราก็จะไม่รู้สึกสดใสเลย

ในภาษาญี่ปุ่นจะมีคำว่า 言葉 (Kotoba)
หรือที่แปลว่า “คำ” หรือ “คำศัพท์”
จริงๆ แล้วคำนี้มาจากรากศัพท์ว่า 言の葉 (kotonoha)
โดยมี 葉(Ha) ที่แปลว่าใบไม้มาเป็นส่วนประกอบ
คำนี้ใช้เปรียบกับต้นไม้และธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลง
ซ้ำแล้วซ้ำเล่าตามการเปลี่ยนไปของฤดูกาล
คำติดปากก็เช่นกันครับ ถ้ายิ่งพูดลบเท่าไหร่
เหตุการณ์เหล่านั้นก็จะเกิดซ้ำๆ ก็จะเข้ามาหาเราตลอด

วิธีง่ายๆ ก็คือ “เปลี่ยน” จากคำลบๆ ให้เป็นคำบวก (Positive)”
คราวนี้ยิ่งพูดดีเท่าไหร่ ก็จะมีแต่เรื่องดีๆ เข้ามาหาเรา
แล้วขอให้เชื่อคำๆ นี้อย่างสนิทใจ 100%

จริงๆ แล้วในคลาสเรียนที่คุณ Gorugo ได้สอน
ยังมีการยกตัวอย่างอีกหลายตัวอักษร
ที่มีคำอธิบายลึกซึ้งเกี่ยวกับการใช้ชีวิต
.
ผลตอบรับที่ได้คือ เด็กๆ ในโรงเรียนดัดสันดานหลายคน
จากอดีตที่เคยเลือกเส้นทางผิด
ทำสิ่งแย่ๆ กับครอบครัวและคนรอบข้าง
วันนี้กลับรู้สึกมีคุณค่ากับการอยู่บนโลกใบนี้มากขึ้น
รู้สึกขอบคุณที่เกิดขึ้นมาและ
วันนึงพวกเขาอยากจะทำให้ครอบครัวได้ภูมิใจ
เพราะได้เข้าคลาสของคุณ Gorugo Matsumoto
gorugo ดัดสันดาน
เท่าที่ได้ศึกษาสิ่งที่คุณ Gorugo ทำ
เหมือนกำลังยื่นมือเข้าไปช่วยเด็กเป็นจำนวนมากขึ้นมาจากหลุมลึก
ถือว่าเป็นกุศลบุญอันยิ่งใหญ่ รู้สึกอนุโมทนาบุญอันนี้จริงๆครับ

ช่วยเหลือเพื่อนร่วมมนุษย์ด้วยกันให้สามารถใฝ่ดีได้
คือบุญใหญ่นะครับผมว่า

ขอบคุณข้อมูลดีๆจากรายการ KINSUMA
ออกอากาศวันที่ 7 ส.ค.15
https://www.youtube.com/watch?v=_GJUohL1Sns

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *