ภาษา

5 วิธีสู่การเอาดีในเรื่อง “ภาษา” ฉบับ JapanSalaryman

5 วิธีสู่การเอาดีในเรื่อง “ภาษา”
ผมมีวิธีเรียนภาษาให้เอาตัวรอดได้
ในแบบฉบับของผมเองง่ายๆ แบบนี้เลยครับ1.ฟังเยอะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
2.พูดเยอะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
3.อ่านเยอะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
4. เขียนเยอะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
อ้าว บางคนนึกว่าผมกวน
แต่ “ภาษา” มันก็แค่นี้เองจริงๆครับ

แต่อย่าาลืมว่า สิ่งสำคัญยิ่งกว่าคือ “วิธีคิด”
ถ้าเราคิดว่าเราจะพูดให้ได้ มันก็ต้องได้
คุณจะพยายามหาวิถีทางที่จะทำให้เก่งภาษาขึ้นมาเอง

เหมือนกับผมที่ผมไปญี่ปุ่นแรกๆ ไม่เป็นภาษาเลย
(ชนิดที่ทักษะภาษาญี่ปุ่นมีเพียง10ชม)
ตอนนั้นมองไปรอบๆตัว เพื่อนชาติอื่นๆ คนเกาหลี คนจีน
เค้าพูดญี่ปุ่นได้ปร๋อแล้ว แล้วเราทำไมจะทำไม่ได้ล่ะ ?

หลังจากนั้นผมก็หาทุกวิถีทางในการเอาดีเรื่องภาษา
1.เปิดทีวีญี่ปุ่นทิ้งไว้ทั้งวัน (ตลอดเวลาที่อยู่ในห้อง)
หูจะได้ซึมซับสำเนียงภาษาญี่ปุ่น และยังได้รู้จักเรื่องรอบตัว
ได้เร็วที่สุดด้วย มีเรื่องเอาไปเม้าท์กับเพื่อนๆคนญี่ปุ่นอีก
ผมมารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ผมดูโทรทัศน์ได้รู้เรื่องมากกว่า 80%ครับ
ตกใจตัวเองมาก

2. คิดถึงทุกสิ่งรอบตัวเป็นอีกภาษา switch ความคิดเป็นภาษาญี่ปุ่น
ขณะกำลังเดินเห็นสิ่งต่างๆรอบตัวก็คิดเลยว่าอันนี้อันนั้นเรียกว่าอะไร
เช่น เจอสาวสวยเดินอยู่ข้างหน้า ก็คือ “บิจิน”
ถ้าไม่มีใครอยู่ใกล้ๆ ออกเสียงไปด้วยก็ยิ่งดีครับ

3.แวะร้านหนังสือที่ญี่ปุ่นให้บ่อยๆ
แล้วคุณจะเจอว่าที่นั่นมีขุมทรัพย์อีกมากมาย
บางคนอาจจะไม่รู้นะครับว่า ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มี
หนังสือแนว how to ให้เราเรียนรู้อีกมาก เช่น
วิธีจดเลคเชอร์ฉบับนักศึกษามหาลัยโตเกียว เป็นต้น
และมีจำนวนหนังสือที่หลากหลายมากกว่าเมืองไทยอยู่หลายเท่า
ถ้าใครชอบอ่านหนังสืออยู่แล้วอาจหลงใหลอยู่ในร้านหนังสือตลอดก็ได้
book store
4.หาคนมาคุยด้วยทุกวี่ทุกวันเป็นภาษานั้น
สารภาพอย่างนึง…ที่ผมพูดญี่ปุ่นได้หลายสถานการณ์
เพราะเมื่อก่อนผมมีแฟนเป็นสาวญี่ปุ่นครับ เราคบกันทั้งหมด4ปี
ดังนั้น 4 ปีนั้นได้พัฒนาภาษาของผมขึ้นมาเยอะมาก
บวกกับ..ตอนนั้นเธอไม่ใช่คนที่ฟังแล้วปล่อยผ่านนเลยไป
ถ้าผมออกเสียงผิด เธอจะคอยแก้สำเนียงให้ผมตลอด
ดังนั้น ถ้าเป็นไปได้..ลองหาสักคนมาคุยให้ได้นะครับ
ไม่ต้องคบแบบแฟนก็ได้555

5.ลองเขียนมันออกมา
write memo
ถ้าเรียนเยอะ ฟังเยอะ อ่านเยอะ inputอย่างเดียว
แต่ไม่ output ออกมา มันก็จะไม่ครบกระบวนการของการเรียนรู้
..สิ่งที่ผมทำตอนนั้นคือพยายามบังคับตัวเองเรื่องการเขียน
ด้วยการไปสมัครทุนที่ต้องเขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นครับ
แต่ละทุนมีมูลค่าการสนับสนุนที่สูงล่อตาล่อใจ
ถ้าได้ทุนขึ้นมาชีวิตก็จะสบายไปเปราะหนึ่ง
แล้วการเขียนเรียงความแต่ละอัน เราจะตั้งใจกับมันครับ…
ลองเขียน ลองให้เพื่อนญี่ปุ่นตรวจ แก้แล้วแก้อีก
แต่ process เหล่านี่้ช่วยเกลาภาษาเขียนผมเยอะเลยครับ
หลังจากนั้นผมก็มีโอกาสได้ลุยเขียนอีกทีก็ตอนที่สมัครหางานในญี่ปุ่น
เขียนใบสมัครงานไปมากกว่า 30 ใบ มือหงิกมาก555
แต่ภาษาเขียนก็ไปไวเช่นกันครับ
.

สังเกตดีๆนะครับทุกวิธีที่ผมกล่าวมา
ครอบคลุมทั้งทักษะการพูด ฟัง อ่าน และเขียน
ใครชอบใจเอาไปปรับใช้ดูได้ครับ
(จริงๆแล้วใช้ได้ทุกภาษาเลย แม้แต่ภาษาไทย)
แล้วคุณล่ะมีเทคนิคอะไรกันบ้างครับ?

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *