ศัลยแพทย์ผู้ช่วยชีวิตเด็กญี่ปุ่นมาแล้วมากกว่า 10,000 คน

“เคสไหนที่โรงพยาบาลอื่นบอกว่ารักษาไม่ได้ ผมจะทำให้”

สวัสดีอีกครั้งครับ ยินดีต้อนรับทุกท่านที่ได้อ่านบทความจากเว็บไซต์นี้เป็นครั้งแรก
และขอบคุณสำหรับท่านที่แวะกลับเข้ามาอีกด้วยนะครับ
เรื่องนี้ใช้เวลาศึกษาพร้อมลงมือเขียนประมาณ 5 ชั่วโมงกว่าถึงเกิดมาเป็นบทความนี้
เพราะอยากมอบหลักคิดในการทำงานของของมืออาชีพ เรียกได้ว่าเป็นตัวจริงในวงการการแพทย์ของญี่ปุ่นครับ

และเรื่องที่ผมจะนำมาเล่าในวันนี้ ผมศึกษาจากรายการ Professional : Shigoto no Ryugi
เป็นเรื่องราวของคุณ Yamataka Atsuyuki (อายุ 56 ปี)
ศัลยแพทย์ญี่ปุ่นผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาเด็กที่ได้รับการยอมรับระดับโลก

(เครดิตภาพจาก http://u-note.me/note/47504306)

หมอ Yamataka คือผู้เชี่ยวชาญในการผ่าตัดคนไข้เด็ก
เขามุ่งมั่นรักษาโรคยากๆ ที่ไม่เคยมีเขียนไว้ในตำรา
และสามารถช่วยชีวิตเด็กจนสำเร็จมาแล้วเป็น 10,000 เคส

เขามีหลักการในการทำงานอย่างไร
ถึงก้าวมาถึงจุดนี้ได้ตามอ่านไปพร้อมๆ กันครับ

1. “ไม่รีบร้อนน่ะ เร็ว”  ゆっくり、はやく
หมอ Yamataka ต้องเผชิญหน้าอยู่กับความกดดันอยู่เสมอ
เพราะงานที่เขาทำคือการผ่าตัดเด็กที่ป่วยเป็นโรครักษายาก
แม้แต่ทารกที่มีปัญหาเกี่ยวกับอวัยวะภายในตั้งแต่กำเนิด
เขาก็ผ่าตัดมาแล้วหลายเคสมากแทบนับไม่ถ้วน

การผ่าตัดในเด็ก โดยเฉพาะเด็กเกิดใหม่อวัยวะภายในของเขายังมีขนาดเล็กมาก
ประมาณ 1/10 เท่าของผู้ใหญ่ อุณหภูมิร่างกาย ชีพจรค่อนข้างเปลี่ยนแปลงง่าย
และความต้านทานของร่างกายต่อการผ่าตัดนั้นยังมีน้อยกว่าผู้ใหญ่เยอะ
ทำให้ระดับความยากของการผ่าตัดนั้นมีสูงมาก
ถ้ามีความผิดพลาดเพียงนิดเดียวก็มีความเสี่ยงต่อชีวิตเด็ก
แต่ด้วยหมอ Yamataka นั้นเผชิญหน้ากับงานลักษณะนี้มาแล้วกว่า 30 ปี
ทำให้ได้รับความเชื่อมั่นในวงการเป็นอย่างสูง
บางเคสที่โรงพยาบาลอื่นตัดสินว่า “รักษาไม่ได้” “รักษาไม่หาย”
มักจะเข้ามาหาเขาเสมอ ทำให้ศัลยแพทย์ท่านนี้ช่วยชีวิตคนไข้เด็กมาแล้ว
มากกว่า 10,000 คนในปัจจุบัน

เขาใส่ใจในทุกๆ การผ่าตัด และมักจะบอกหมอในทีมผ่าตัดด้วยพลังอันกล้าแกร่ง
ว่า “ต้องตั้งใจให้มาก” และออกคำสั่งว่า “ห้ามขยับตรงส่วนนี้เด็ดขาดนะ” เป็นต้น
เขาจะไม่ยอมอะลุ่มอล่วย และไม่ให้อภัยกับความผิดพลาดเด็ดขาด
เขามีเป้าหมายว่าอยากจะผ่าตัดให้มั่นใจ และมีความปลอดภัยสูงสุดเท่านั้น

เขาเล่าความรู้สึกในใจให้กับรายการว่า
“ผมน่ะจะไม่รีบร้อนในการผ่าตัดเด็ดขาด เพราะผมไม่อยากผิดพลาดในการผ่าตัด
คนไข้จะต้องมีชีวิตอยู่ต่ออีกหลายสิบปี ยังมีชีวิตที่ดีรอคอยเค้าอยู่
ผมก็เลยบอกตัวเองเสมอว่าให้ทำแบบค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป
แม้การเคลื่อนไหวของมือและเครื่องมือต่างๆ นั้นดูช้า
แต่ไอ้ที่ทำช้าๆ เนี่ยแหละช่วยให้ผ่าตัดเสร็จเร็วขึ้น”

(ภาพจากรายการ Professional Shigoto no ryugi)

2. “จงขี้กังวลอยู่เสมอ”  常に、臆病であれ

หมอ Yamataka เล่าว่าโรคภัยไข้เจ็บที่จะต้องเผชิญหน้าสำหรับงานของผม
จะครอบคลุมอวัยวะภายในเป็นจำนวนมากเกินกว่า 200 ประเภท
แล้วผู้ป่วยเด็กหลายคนที่แอดมิดเข้ามาก็มีปัญหาพร้อมกันหลายจุด
สถานการณ์ของคนไข้แต่ละคนนั้นจะต่างกัน การผ่าตัดแต่ละครั้งก็จะต่างออกไปด้วย
เวลาคุณ Yamataka จะมีเคสผ่าตัดยากๆ
เขามักจะนั่งทำอะไรอยู่ในห้องคนเดียวทุกครั้ง

และสิ่งที่เขาทำนั้นคือ Image Training (การจินตนาการก่อนการผ่าตัด)
ว่าจะต้องลงมีดที่บริเวณไหน แล้วจะมีขั้นตอนของการผ่าตัดเป็นอย่างไร
แล้วขณะลงมือผ่าตัดนั้นจะมีอะไรเกิดขึ้นได้บ้าง เขาจะนั่งร่างเรื่องราวทั้งหมดลงบนกระดาษ
เขาให้ความสำคัญกับการเตรียมพร้อมผ่าตัดเป็นอันดับหนึ่ง
และจะไม่เลิกสิ่งนี้จนกว่าจะลิสต์ความเสี่ยงในการผ่าตัดออกมาได้ทั้งหมด

(ภาพจากรายการ Professional shigoto no ryugi)

หมอ Yamataka ย้ำว่า
“การผ่าตัดจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จนั้น ขึ้นอยู่กับการเตรียมตัวก่อนผ่าตัด
90% ของการผ่าตัดคือการเตรียมตัว ถ้าให้พูดตรงๆ ผมผ่าตัดเสร็จ
ตั้งแต่ยังไม่เริ่มเลยครับ”

อีกหนึ่งข้อที่ทำให้หมอ Yamataka นั้นเอาใจใส่ในการเตรียมตัวผ่าตัดมากๆ
เป็นเพราะนิสัยส่วนตัวเค้าเองที่เป็น “คนขี้กังวล” ตอนเด็กเขาไม่ชอบตัวเอง
ที่มีนิสัยแบบนั้น แต่นั่นก็คืออาวุธสำคัญของเขาในตอนนี้

“อาจเป็นเพราะผมขี้กังวล หรือขี้หวาดกลัว เวลามีการผ่าตัดใหญ่ๆ หรือการผ่าตัดยากๆ
ผมมักจะกลัวอยู่เสมอ แต่เพราะความกลัวนี่แหละทำให้ผมพยายามเรียนรู้
อย่างมุ่งมั่นตั้งใจครับ พอทำได้อย่างนั้นไอ้ตอนแรกที่มัวแต่กังวลว่าจะรักษาได้มั้ย
ก็เริ่มเปลี่ยนเป็นความมั่นใจที่คิดว่าจะรักษาได้”

3. ถ้าไม่พยายามทั้งตัวและหัวใจ ก็จะไม่มีวันรู้ขีดจำกัด
全身全霊で挑まなければ、限界は分からない。

หมอ Yamataka นับเป็นศัลแพทย์เด็กท่านหนึ่งที่ค้นคว้าเบิกทางใหม่ๆ
ให้กับวงการแพทย์เสมอ หนึ่งในตัวอย่างนั้นคือ การเป็นหมอมือหนึ่ง
ที่สามารถผ่าตัดคนไข้ด้วยการส่องกล้องผ่าตัด ซึ่งวิธีการนี้สามารถ
ช่วยให้คนไข้เจ็บน้อยลง และทำให้ร่างกายฟื้นฟูได้ไวขึ้นอีกด้วย
หมอ Yamataka จะคอยขัดเกลาฝีมืออยู่เสมอจนเขาประสบความสำเร็จการผ่าตัดโรคทางเดินน้ำดี
ตีบตันด้วยการส่องกล้องผ่าตัดเป็นเคสแรกในประเทศญี่ปุ่น

โรคที่เค้าบอกกันว่าไม่มีทางรักษาได้แล้ว
หมอ Yamataka ก็จะค้นคว้าพยายามหาวิธีการในการรักษาให้ได้
โดยเขาใช้คิดอยู่เสมอว่า
“เขาแบกรับความรับผิดชอบอนาคตของเด็กๆ อยู่”
เขาจะไม่กำหนดลิมิตให้เป็นข้อจำกัดของตัวเอง
แต่จะทุ่มเทแรงกายแรงใจไปพร้อมๆ กับเด็กคนนั้น และครอบครัวของเด็ก”

“ขีดจำกัด? ใครๆ ก็มีมันแหละครับ มีแน่นอน
แต่ถ้าเราเตรียมตัวให้มาก ไอ้ขีดจำกัดตรงนั้นก็จะมีน้อยลง
พอทำไปเรื่อยๆ ก็จะรู้ว่าไอ้ที่เคยเป็นขีดจำกัดเนี่ย
มันไม่ใช่ขีดจำกัดอีกต่อไปแล้ว คนเราสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดที่มีอยู่ได้เสมอ” เขาบอก

สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากหมอ Yamataka คือ
1. เรื่องบางเรื่องไม่ต้องรีบร้อน ให้มันดำเนินอย่างค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปก็ได้
ผลสุดท้ายอาจจะสำเร็จไวกว่าคนที่รีบเร่งอีกนะ
เพราะบางทีการเร่งรีบมากเกินไป อาจทำให้ผิดพลาดและเสียเวลามากกว่าก็ได้

2. การเตรียมตัวสำคัญเสมอ อย่างหมอ Yamataka มอง “การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัด”
อยู่ในสัดส่วนถึง 90% แล้ว ผ่าตัดสำเร็จตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มผ่าตัดจริงๆ
โดยเฉพาะในวงการนี้ความผิดพลาดหมายถึงชีวิตของคนไข้
ฉะนั้น การเตรียมพร้อมที่ยอดเยี่ยมจะเป็นส่วนสำคัญสูงสุดในการผ่าตัด
เช่นกันครับ ถ้าเพื่อนๆ คิดจะทำอะไร การให้เวลาตัวเองได้ขบคิด
เขียนมันลงไปในกระดาษว่า ควรเริ่มต้นอย่างไร ลำดับขั้นตอนจะเป็นแบบไหน
และอะไรคือสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ความเสี่ยงหรือปัญหาระหว่างนั้นจะมีอะไรบ้าง
ยิ่งเตรียมการดีเท่าไหร่ ยิ่งมั่นใจมากขึ้น

3. ชีวิตไม่มีขีดจำกัด ภาระเราอาจจะไม่หนักเท่าหมอ Yamataka
แต่ท่านก็สอนให้เรารู้ว่า ขีดจำกัดไม่มีอยู่จริง ขีดจำกัดที่มีอยู่ตรงหน้า
อาจเป็นเพราะเรายังตั้งใจค้นหาคำตอบได้ไม่เพียงพอ  ฉะนั้น
เราควรครุ่นคิด ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการก้าวข้ามขีดจำกัดอยู่เสมอ

สุดท้ายนี้คือความเสียสละ
ประโยคของหมอที่ยังดังก้องอยู่ในหัวของผมคือประโยคนี้
“เด็กๆ เหล่านี้ยังจะต้องมีชีวิตต่อไปอีกหลายสิบปี
ผมจึงอยากจะรักษาให้พวกเขามีชีวิตต่อไปได้เช่นเดียวกันกับเด็กธรรมดา”

นี่สินะ จิตวิญญาณของการเป็นหมอที่แท้จริง
Boom JapanSalaryman

ถ้าใครสนใจอ่านแนวคิดคนญี่ปุ่นเพื่อจะได้วิ่งตามฝันได้สำเร็จ
ผมแนะนำให้คุณอ่านหนังสือเล่มนี้ครับ
“วิ่งตามฝัน ยังไงก็ชนะ”
8 วิธีวิ่งคว้าฝัน สไตล์คนญี่ปุ่น

วิ่งตามฝัน ยังไงก็ชนะ
“ผมเขียนแนวคิดและเคล็ดลับความสำเร็จของคนญี่ปุ่นแบบจัดเต็มด้วยครับ”

หาซื้อได้แล้วที่ร้านหนังสือ SE-ED, Kinokuniya และแผงหนังสือชั้นนำทั่วประเทศครับ
ณ วันที่ 3 พฤศจิกายน 2016 หนังสือเล่มนี้ติดอันดับหนังสือขายดี bestseller ราย 7 วัน (หมวดจิตวิทยา) อันดับที่ 9 ครับ

วิ่งตามฝันยังไงก็ชนะ

สำหรับคนที่สนใจสั่งทางออนไลน์กับสำนักพิมพ์โดยตรง ก็สามารถสั่งซื้อได้ในลิงค์นี้ครับ
clickสั่งซื้อหนังสือกับสำนักพิมพ์

“ถ้าเพื่อนๆ ได้ประโยชน์จากบทความนี้ หรือหนังสือที่ผมเขียน
ผมก็มีความสุขแล้ว”

************************************

ผมเพิ่มการสื่อสารอีกหนึ่งช่องทางที่ไลน์@ นะครับ
สามารถ add friend เพื่อที่จะไม่พลาดแนวคิดดีๆ
โดยการคลิกส์ add ที่ไอคอนข้างล่างได้ทันที
เพิ่มเพื่อน

หรือแชร์บอกต่อเรื่องดีๆ นี้กับเพื่อนๆ หรือคนที่คนรักได้เช่นกันครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *