จักรยาน

ญี่ปุ่นเข้มงวดกับคนขี่จักรยานถึงเพียงนี้ !

12 ข้อห้าม ถ้าคุณฝ่าจะโดนอบรม
โดยปกติทุกคนก็น่าจะทราบกันดีครับว่าจักรยาน
เป็นพาหนะอย่างหนึ่งที่ไม่จำเป็นต้องมีใบขับขี่
ไม่ว่าจะเป็นใคร ถ้าทรงตัวได้ ก็เป็นพาหนะที่สะดวกสบาย
ลดเวลาในการเดินทางได้ดีพอสมควรที่ญี่ปุ่นเองก็เป็นอีกประเทศหนึ่งที่นิยมการใช้จักรยานมากๆเลยครับ
ถ้าคุณได้สัมผัสชีวิตคนญี่ปุ่นในยามเช้า จะเป็นมีจักรยานขี่ไปมามากมาย
ทั้งเด็กนักเรียน คนทำงาน ไปจนถึงคนชรา
บางทีก็จะเห็นคุณแม่ขี่พาคุณลูกไปโรงเรียนด้วยจักรยานแม่บ้าน

แต่ถึงกระนั้นอุบัติเหตุที่เกิดจากจักรยานก็ยังมีอยู่ประปราย
ทำให้ประเทศญี่ปุ่นมีการออกกฎเหล็กขึ้นมาใหม่
“หลายสิ่งต้องห้าม” สำหรับผู้ขับขี่จักรยานดังนี้

1.เมาแล้วขี่
2. เพิกเฉยสัญญาณไฟจราจร
3. ไม่ยอมหยุดเมื่อเจอสัญลักษณ์ให้หยุดชั่วคราว
4.ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขี่จักรยาน (เหมารวมทั้งการถือ การสนทนา หรือการใช้เมลล์)
5.ขี่รถจักรยานฝั่งขวาของเลนรถยนต์
6.กางร่มขณะขี่จักรยาน (ตั้งแต่การกางร่ม หรือการถือสิ่งของอย่างอื่น
ที่อาจจะบดบังทัศนวิสัยในการขี่จักรยาน รวมถึงอาจจะทำให้เสียการทรงตัวด้วย)
7.การใช้หูฟังขณะขี่จักรยาน (ซึ่งอาจทำให้ไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง
ซึ่งมีผลต่อความปลอดภัยในการขี่จักรยาน)
8.ห้ามซ้อน2 (ยกเว้นกรณีที่คนที่อายุ 16 ปีขึ้นไป ที่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบ
นั่งซ้อนท้ายในที่นั่งเฉพาะสำหรับเด็ก)
9.ห้ามขี่จักรยานเรียงกัน  (ยกเว้นกรณีมีป้ายอนุญาต สามารถขี่เรียงได้ถึง2 คัน)
10.ขี่จักรยานที่มีปัญหาในการเบรก (เบรกหน้าและเบรกหลังต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์)
11. ผ่านเข้าไปในที่กั้นรถไฟโดยพลการ
12.ขี่จักรยานในลักษณะกีดขวางต่อคนเดินฟุตบาท (ในกรณีที่กีดขวาง
ต่อคนเดินฟุตบาทต้องทำการหยุดชั่วคราว)

โดยกฎระเบียบนี้จะถูกบังคับใช้ทุกคน ยกเว้นเด็กที่อายุต่ำกว่า 13 ปี,
ผู้สูงอายุที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไป และยกเว้นคนที่มีลักษณะพิการทางร่างกาย

ใครที่ทำผิดกฎเหล่านี้ มากกว่า 2 ครั้งภายในระยะเวลา 3 ปี
จะต้องได้รับคำสั่งให้เข้าอบรมความปลอดภัยในการขี่จักรยานครับ
ใช้เวลาทั้งหมด 3 ชั่วโมงต่อครั้ง และต้องเสียค่าใช้จ่ายในการอบรม
เป็นเงิน 5,700 เยน (ประมาณ 1,600 บาทต่อครั้ง) ทั้งต้องอบรม ทั้งต้องเสียเงินครับผม

ส่วนใครที่ฝ่าฝืนไม่ยอมไปตามคำสั่ง
จะถูกปรับเป็นเงินไม่เกิน 50,000 เยน (ประมาณ ไม่เกิน 14,000 บาท)
เอาล่ะครับ เห็นหรือยังว่า ที่ญี่ปุ่นเข้มงวดกันขนาดไหน
ลืมบอกไป เค้าเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2015 ที่ผ่านมาแล้วนะครับ

ข้อมูลดีๆ จาก www.keishicho.metro.tokyo.jp

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *