คุโด้ ยอดนักปั้นซูชิหนุ่มแห่งฮอกไกโด

คุโด้ ยอดนักปั้นซูชิหนุ่มแห่งฮอกไกโด
“มีวันนี้ได้ เพราะความมุ่งมั่น และความคิดสร้างสรรค์ตลอดเวลา”จากร้านซูชิธรรมดาๆ ที่อยู่นอกเมืองไกลออกไป เดินทางลำบาก
มีลูกค้าน้อยลงทุกวันๆ จนแทบจะไม่มีลูกค้าเหลือ
คุโด้ ลูกชายของคุณพ่อที่เคยเติบโตมากับร้าน
ได้รับโอกาสสืบทอดกิจการในวัย 25 เขาใช้เวลาเพียงแค่ 5 ปี
ปรับเปลี่ยนอดีตร้านซูชิที่เกือบไม่มีอนาคตเป็นร้านซูชิ
ชื่อดังในฮอกไกโด เรียกได้ว่าไม่มีใครไม่รู้จักร้านนี้
ที่ชื่อว่า “Shushi no Ikko”

ตลอดที่ผมศึกษาประวัติของคุณคุโด้
ผมค่อนข้างทึ่งในหลายๆ อย่าง จึงอยากเอาแนวคิดมาแบ่งปันเพื่อนๆครับ
sushi
1. จะเป็นร้านยอดนิยมในละแวกชานเมืองให้ได้นั้น
เค้าต้องพยายามเหนือกว่าคนอื่น

2. ให้ความสำคัญกับลำดับการเสิร์ฟ
คุณคุโด้เล่าว่าจะไล่เสิร์ฟโดยเรียงลำดับประเภทปลา
หรืออาหารที่เสิร์ฟเพื่อลูกค้าจะได้ลิ้มรสชาติที่อร่อยที่สุด
ระหว่างการกินซูชิ เช่น เสิร์ฟหอยเป๋าฮื้อที่เปี่ยมไปด้วย
กรดกลูตามิกก่อน แล้วตามด้วยปลาคัทซึโอะ (หรือปลาโอ)
ที่จะให้รสชาติผ่านกรดไอโนซินิก
เมื่อมีการจัดเรียงการเสิร์ฟแบบนี้แล้ว
จะทำให้เกิดความลงตัวในรสชาติมากขึ้น
sushi

3. ผ่านการทดลองครั้งแล้วครั้งเล่าจนได้เทคนิคการทำซูชิที่ดีที่สุด 
คุณคุโด้เคยเดินสายร้านซูชิทั่วโตเกียว ศึกษาเทคนิคและรสชาติ
เพื่อพัฒนาซูชิร้านเค้าให้อร่อยที่สุด แถมยังพิถีพิถันในทุกๆ กระบวนการ
ผ่านการทดลองครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อจะได้เจอสัดส่วนที่ลงตัวที่สุด
แค่กระบวนการฆ่าเชื้อด้วยน้ำอุ่น
คุณคุโด้จะต้มน้ำรอให้ถึงอุณหภูมิ 51 องศาพอดีอยู่เสมอ
ทั้งๆ ที่ปกติ 55 องศาคืออุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่แล้ว
แต่คุณคุโด้ระวังมากขึ้นไปอีก เพราะถ้าให้ความร้อน
ซึมเข้าไปในเนื้อปลา แล้วอาจเสียรสชาติ
หลังจากนั้นจึงฆ่าเชื้อด้วยอุณหภูมิ 51 ซึ่งเค้าเล่าว่านี่แหละเหมาะสมที่สุด

4. ไม่หยุดเรียนรู้ แม้จะมีวันหยุดแค่วันเดียวในสัปดาห์ก็เถอะ
เมื่อคุณคุโด้ได้ยินข่าวเด็ดเกี่ยวกับวัตถุดิบ เค้าจะใช้เวลาวันหยุดไปพิสูจน์ด้วยตัวเอง
บางครั้งก็ใช้เวลา 2-3 ชม.เพื่อเดินทางไปแหล่งที่ชาวประมง
จับปลาขึ้นมาแล้วนำวัตถุดิบกลับไปที่ร้าน
คุณคุโด้มักจะออกไปหาวัตถุดิบใหม่ๆ เสมอเพื่อให้ลูกค้าตื่นตาตื่นใจ
และเก็บความทรงจำดีๆ จากการกินซูชิที่ร้านกลับไปตลอด
ครั้งนึงเค้าเดินทางไปเยี่ยมฟาร์มม้า เห็นกองฟางกองหญ้าจึงสนใจ
และอยากเอากองฟางเหล่านี้มาสร้างความแปลกใหม่
ให้กับ Line-up อาหารที่มีอยู่ เค้าจึงลองนำเอากองฟางนั้น
เป็นเชื้อเพลิงเพื่อรมเป็นควันให้เกิดกลิ่นใหม่ๆ ต่อหอยนางรม

5. ใส่ใจแม้กระทั่งตอนเสิร์ฟ 
คุณคุโด้คิดถึงขนาดว่า เมื่อเค้าเสิร์ฟซูชิออกไปแล้ว
ลูกค้าจะรับและเริ่มเปิดปากชิมด้วยความรู้สึกแบบไหน
ดังนั้น คุณคุโด้จะจับจุดว่า ซูชิแบบนี้จะต้องวางแบบไหน
ถึงจะดูดีในสายตาลูกค้า

6. มีจรรยาบรรณต่อลูกค้า
แม้จะเป็นวัตถุดิบชั้นยอดที่ได้มาก็ตาม เมื่อปรุงในฉบับตัวเอง
ชิมแล้วรู้สึกว่าเสียรสชาติไปแล้ว ก็จะไม่เสิร์ฟให้ลูกค้าเด็ดขาด
ไม่โทษปลา ไม่โทษชาวประมง แต่มุ่งประเด็นมาที่ตัวเองว่า
เรายังต้องดีกว่านี้ได้อีก

วันว่างๆ คุณคุโด้ใช้เวลาออกไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเสมอ
เช่น เคยไปช่วยงานเกษตรกรที่ไร่วาซาบิ และไร่ชา
ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักๆ อันนึงสำหรับร้านซูชิ
ลงเรือประมงเพื่อไปสัมผัสความมุ่งมั่นตั้งใจของชาวประมง
ที่จะจับปลาดีๆ มาให้เค้าทำให้เค้ารู้สึกว่า “ต้องทำให้อร่อยให้ได้”
คุณคุโด้เล่าว่าสิ่งที่ทำให้ Sushi no Ikko ก้าวมาถึงทุกวันนี้
เพราะ “ความพยายาม”และ “ความคิดสร้างสรรค์” 
ที่อยากจะมอบสิ่งดีๆ ให้ลูกค้าตลอดเวลา

สีหน้าของลูกค้าหลังจากคีบซูชิเข้าปาก เป็นสีหน้าแห่งความแปลกใจ และมีความสุข
ดั่งไม่เคยได้ลิ้มรสอร่อยๆ แบบนี้มาก่อนในชีวิต
ลูกค้าหลายคนที่เป็นขาประจำ แล้วพาคนใกล้ตัว หรือเพื่อนฝูงมาชิม
ก็อวดได้อย่างเต็มปากว่า ที่นี่แหละคือ ซูชิของจริง ที่คุณจะหากินที่ไหนไม่ได้แล้ว
sushi

มีทุกวันนี้เพราะ “ความใส่ใจ” ของคุณคุโด้
ที่มีต่ออาชีพที่เค้ารักนั่นเอง!
Boom JapanSalaryman

ผมเพิ่มการสื่อสารอีกหนึ่งช่องทางที่ไลน์@ นะครับ
สามารถ add friend เพื่อที่จะไม่พลาดแนวคิดดีๆ
โดยการคลิกส์ add ที่ไอคอนข้างล่างได้ทันที
เพิ่มเพื่อน

หรือแชร์บอกต่อเรื่องดีๆ นี้กับเพื่อนๆ หรือคนที่คนรักได้เช่นกันครับ

แหล่งที่มาของข้อมูล
รายการ JOURITSU TAIRIKU
ภาพประกอบ


 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *