เมื่อคนพากย์เสียงโดราเอมอน กลายเป็นอัลไซเมอร์ แล้วจำโดราเอมอนไม่ได้อีกเลย !

“เมื่อคนพากย์เสียงโดราเอมอน กลายเป็นอัลไซเมอร์แล้วจำโดราเอมอนไม่ได้อีกเลย !”
จริงๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ให้ข้อคิดเตือนใจได้ดีมากๆ
เหมาะสำหรับ “คนที่ต้องดูแลใครสักคนที่รัก”…ผมมีโอกาสได้ดูรายการโทรทัศน์ญี่ปุ่นรายการดังอย่าง KINSUMA
รอบนี้เค้าเชิญแขกรับเชิญคนนึงชื่อ คุณซากาว่า เคสุเกะ
ผู้ชายวัย 78 ปีที่คอยดูแลผู้หญิงอีกคนนึงมาโดยตลอด
หลังจากรู้ว่าเธอป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ หรือภาวะสมองเสื่อม

แล้วผู้หญิงที่ได้รับการดูแลคนนั้น คือ
“คุณย่าวัย 82 คุณโอยาม่า โนบุโย”
นักพากย์เสียงโดราเอมอนไง ครับ
ooyama
แทบไม่มีใครไม่รู้จักเธอ เพราะเธอคือเงาเสียงของโดราเอมอน
การ์ตูนชื่อดังที่เติบโตมาพร้อมๆ กับเด็กญี่ปุ่น
คล้ายๆ กับที่เราเติบโตมากับโดราเอมอนเวอร์ชั่นเสียงภาษาไทยนี่แหละครับ

ตอนแรกเมื่อคุณปู่เคสุเกะรู้ว่า ภรรยาป่วยเป็นโรคภาวะสมองเสื่อม
คุณเคสุเกะ ปิดบังเรื่องนี้มาโดยตลอด ปิดบังมามากถึง 3 ปี
เพราะไม่อยากทำลายภาพลักษณ์ของเธอที่เป็นเสียงพากย์ของการ์ตูนในฝันเด็กๆ
คุณเคสุเกะยอมรับครับว่า
บางครั้งรู้สึกเหนื่อย ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปดี
เคยคิดแม้กระทั่งอยากจะตายๆ ไปพร้อมๆกันกับคุณโอยาม่า

แต่สวรรค์กลั่นแกล้ง..อาการของเธอแย่ลงเรื่อยๆ …
“ทั้งๆ ที่พากย์เสียงโดราเอมอนมาโดยตลอด 26 ปี
แต่วันนึงเธอกลับจำไม่ได้ว่า โดราเอมอนคืออะไร คุณปู่เปิดโดราเอมอนให้ดู เธอก็ไม่ตอบสนอง
เหมือนกับจำไม่ได้แล้วว่าเธอเคยพากย์เป็นเสียงโดราเอมอนมานานถึง 26 ปี
(2 เมษา 1979 – 18 มีนา 2005)

“จากเป็นแม่ศรีเรือน ทำอาหารเก่งมาก แต่ตอนนี้ทำอาหารไม่ได้แล้ว”
“ถามอะไรก็ตอบว่า ไม่รู้”
“ตอนที่คุณปู่ไม่อยู่ เธอก็หายออกไปหลงอยู่นอกบ้าน”
“เห็นอะไรก็โกรธง่าย เริ่มควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่”

คุณปู่พยายามให้คุณย่าอยู่ในบ้านมาโดยตลอดเพื่อคนอื่นจะได้ไม่เห็นสภาพเธอแบบนี้
จนกระทั่งวันนึง คุณปู่ได้มีโอกาสเอ่ยปากบอกกับเพื่อนสนิท
เพื่อนสนิทช่วยเตือนสติให้ว่า  “ทำไมคุณไม่รีบบอกผม ผมจะได้ช่วยคุณไง”
คุณปู่จึงตัดสินใจประกาศเรื่องนี้ระหว่างสัมภาษณ์ทางวิทยุเป็นครั้งแรก
หลังจากนั้นคนรอบข้างจึงติดต่อเข้ามาเรื่อยๆ แสดงความห่วงใยชวนคุณปู่และคุณย่า
ชวนออกไปทานข้าวเย็นด้วยกัน

หลังจากที่ได้พบปะกับสังคมดีๆ
คุณโอยาม่า มีอาการเปลี่ยนไปในทางที่ดีเรื่อยๆ
เริ่มมีความสุขมากขึ้นเมื่อได้รับคำชม
เริ่มจำเพื่อนเก่าที่ออกไปทานข้าวด้วยกันได้

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

“ถ้าเราดูแลใครสักคน”
แทนที่จะกำหนดสิ่งแวดล้อมให้เค้า
ไม่เปิดโอกาสให้เค้าได้เจอคนอื่นๆ
…การพาออกไปเปิดหูเปิดตาย่อมดีกว่าเสมอ…

ooyama
ผมเอาข้อความซึ้งๆ จากหนังสือที่คุณปู่เขียนมาฝาก
“ความผูกพัน”
เราทั้งสองเดินทางร่วมกันมาถึงครึ่งศตวรรษ จึงถือโอกาสลงพู่กันเพื่อเก็บความทรงจำเหล่านี้เอาไว้
“ถึงแม้เธอจะจำผมไม่ได้แล้ว แต่วันเวลาที่ได้ใช้ร่วมกันในฐานะสามีภรรยาจะอยู่กับเราตลอดไป”

รู้สึกอบอุ่นใจทุกครั้งที่เห็นความรักเป็นแบบนี้

Boom JapanSalaryman

ถ้าใครสนใจอ่านแนวคิดคนญี่ปุ่นเพื่อจะได้วิ่งตามฝันได้สำเร็จ
ผมแนะนำให้คุณอ่านหนังสือเล่มนี้ครับ
“วิ่งตามฝัน ยังไงก็ชนะ”
8 วิธีวิ่งคว้าฝัน สไตล์คนญี่ปุ่น

วิ่งตามฝัน ยังไงก็ชนะ
หาซื้อได้แล้วที่ร้านหนังสือ SE-ED, Kinokuniya และแผงหนังสือชั้นนำทั่วประเทศครับ

วิ่งตามฝันยังไงก็ชนะ

สำหรับคนที่สนใจสั่งทางออนไลน์กับสำนักพิมพ์โดยตรง ก็สามารถสั่งซื้อได้ในลิงค์นี้ครับ
clickสั่งซื้อหนังสือกับสำนักพิมพ์

“ถ้าเพื่อนๆ ได้ประโยชน์จากบทความนี้ หรือหนังสือที่ผมเขียน
ผมก็มีความสุขแล้ว”

************************************

ผมเพิ่มการสื่อสารอีกหนึ่งช่องทางที่ไลน์@ นะครับ
สามารถ add friend เพื่อที่จะไม่พลาดแนวคิดดีๆ
โดยการคลิกส์ add ที่ไอคอนข้างล่างได้ทันที
เพิ่มเพื่อน

หรือแชร์บอกต่อเรื่องดีๆ นี้กับเพื่อนๆ หรือคนที่คนรักได้เช่นกันครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *