กลั่นแกล้ง ijime

ความคิดเกี่ยวกับ “การกลั่นแกล้ง” เปลี่ยนไปตลอดกาล เพราะ..

ญี่ปุ่นเป็นอีกประเทศนึงที่ประสบปัญหา “การกลั่นแกล้ง” กัน
ไม่ว่าจะเป็นในโรงเรียน หรือที่ทำงาน
แล้วก็มีไม่น้อยนะครับ ที่คนคิดสั้นจากภาวะการโดนกลั่นแกล้งแต่วันนี้ผมมีเรื่องเล่าดีๆ ที่เป็นเรื่องจริงในประเทศญี่ปุ่น
เป็นเรื่องเล่าของคนที่เคยเป็นฝ่ายแกล้ง
แต่ความคิดนี้ได้เปลี่ยนไปเพราะการกระทำ “อย่างหนึ่ง”
ของเด็กวัย 18 คนนึง

เรื่องมันน่าสนใจตอนสุดท้าย ค่อยๆติดตามกันไปนะครับ

เรื่องเริ่มจากผู้หญิงวัยกลางคนที่ทำอาชีพแม่บ้านคนนึง
เธอบอกว่าสมัยก่อน ตอนที่ฉันได้เข้าไปทำงานพิเศษ
ฉันได้เคยทำเรื่องไม่ดีเอาไว้นั่นคือ “การกลั่นแกล้ง”
.
เธอแต่งงานแล้ว แต่ยังไม่มีลูก อาศัยอยู่สองคนสามีภรรยา
แต่สามีทำงานอยู่ที่โรงงาน และรายได้ไม่ค่อยมากเท่าไหร่
ฉันจึงต้องแบ่งเบาภาระบางส่วนด้วยการออกไปทำงานพิเศษ
ที่ร้านขายอุปกรณ์กีฬาสัปดาห์ละ 2 ครั้ง

ฉันได้ทำงานนี้ เพราะได้รับการชักชวนจาก
เพื่อนๆ แม่บ้านที่ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยอยู่แล้ว
ฉันจึงรู้สึกมีความสุขที่ได้ทำงานร่วมกันกับเพื่อนๆ แม่บ้านอีก 3 คน

แต่ปัญหามีอยู่ว่า….
วันหนึ่งมีเด็กใหม่อายุ 18 เข้ามาทำงาน
แล้วเห็นได้ชัดว่าเธอทำงานช้ามาก
นั่นทำให้พวกเรารู้สึกหงุดหงิด และเริ่มตัดสินใจกลั่นแกล้งเธอ
ตอนนั้นเราก็ไม่ได้แกล้งอะไรรุนแรง
เพียงแต่เวลามีอะไรพวกเราจะใช้เธอทำตลอด

“ไปซื้อของให้พวกฉันหน่อยซิ”
“ไปหยิบอันนั้นมาซิ”
“มานวดไหล่ฉันหน่อย”
“ตอนOTก็ทำความสะอาดให้เรียบร้อยด้วยนะ”

พวกเรามองเธออย่างกับคนใช้คนนึง
มีอะไรเราก็จะใช้เธอแบบไม่บันยะบันยัง
แต่เธอก็ไม่เคยต่อต้านหรือปฏิเสธเลยแม้ซักครั้ง
.
นั่นทำให้พวกเรายิ่งได้ใจ ระดับของการแกล้งมากขึ้นไปอีก
.
ตอนพักพวกเราใช้ให้เธอนั่งคอยอยู่ใกล้ๆ ใช้ให้ไปซื้อน้ำซื้อขนม
ไม่แบ่งให้เธอ บังคับให้เธอนั่งมุมห้องแล้วฟังพวกเราคุยกัน
โดยห้ามไปไหน…พวกเราทำแบบนี้มาโดยตลอด
.
อยู่มาวันนึงเด็กสาววัย 18 คนนี้ลากลับบ้านก่อน
เนื่องจากรู้สึกไม่ค่อยสบาย
พวกเรา 4 คนก็เหมาว่าไอ้นี่ “แกล้งป่วย” แน่ๆ

จนกระทั่งพวกเราได้ไปเจอสมุดโน้ตของเธอ
ที่ลืมวางไว้ที่ห้องแต่งตัว สมุดโน้ตเล่มนี้
ได้เปลี่ยนความคิดของพวกเราทั้ง 4 คนไปตลอดชีวิต

หน้าปกของสมุดโน้ตเล่มนั้นเขียนว่า…
“บันทึกการทำงาน และข้อมูลของรุ่นพี่”

ตอนแรกพวกเราก็คิดว่าเด็กสาววัย 18
ต้องเขียนบ่น ระบายอารมณ์แน่ๆ
แต่พอได้ดูเนื้อหาภายในสมุดโน้ตทำให้ได้รู้นิสัย
และความในใจของเธออย่างชัดเจน

ในสมุดบันทึกนั้นเป็นบันทึกที่เก็บทุกรายละเอียดเกี่ยวกับพวกเรา
อาหารอันไหนที่พวกเราชอบ อาหารชนิดอะไรที่พวกเราบอกเธอ
ว่าไม่กินเด็ดขาด รวมไปถึงของหวานและขนม
..นี่คือความใส่ใจที่เธอคอยจดจำรายละเอียด
ทั้งๆที่ทุกครั้งเธอถูกบังคับให้ทำก็เถอะ

มากไปกว่านั้น พลิกไปที่หน้าสุดท้ายของสมุดบันทึก
ได้ไปเห็นข้อความของเธอที่เขียนว่า
“จะไม่ย่อท้อเด็ดขาด ฉันจะทำงานต่อไป
จนกว่ารุ่นพี่ทั้ง 4 คนจะยอมรับในตัวฉัน”
.
เมื่อพวกเราได้เห็นดังนี้ พวกเราทั้ง 4 คนพูดอะไรไม่ออก
ได้แต่รู้สึกผิดและเสียใจที่ได้ทำสิ่งร้ายๆ ลงไป
.
วันถัดไปพวกเราจึงได้เข้าไปขอโทษ และคืนสมุดโน้ตเล่มนั้นให้เธอ
สิ่งที่พวกเราทำไป “การกลั่นแกล้ง”
ไม่ต่างกับการกระทำของอาชญากร
ตอนนี้เรารู้สึกผิดและอยากจะกลับตัวเป็นคนใหม่
ไ่ม่ทำร้ายใครอีกแล้ว เราได้บทเรียนครั้งใหญ่
เพราะความจริงใจจากเธอ
.
ตอนนี้แม่บ้านคนที่เอาเรื่องนี้มาเล่า ไม่ได้ทำงานที่ร้านแห่งนี้แล้ว
แต่เพื่อนๆแม่บ้านอีก 3 คนยังทำงานอยู่
เธอได้ข่าวมาว่า เด็กสาววัย 18 ที่ทำงานคนนั้น
ตอนนั้นอายุ 20 แล้ว

“เธอกลายเป็นผู้จัดการร้านที่มีแต่คนเคารพนับถือ”

..นี่คือเรื่องจริงสอนใจที่ทำให้ผมได้เห็นความคิดของทุกฝ่ายครับ
ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายที่กลั่นแกล้ง และฝ่ายที่ถูกกลั่นแกล้ง
การตอบโต้ด้วยความรุนแรงอาจไม่ใช่ทางออกเสมอไป
แต่..ความปรารถนาดีที่อยากให้เค้ามีความสุขที่ส่งออกไป
สักวันมันอาจจะเอาชนะใจเค้าได้

อดทนไม่ย่อท้อ เอาใจใส่ และปรารถนาดีเสมอ
คาถาแก้การกลั่นแกล้ง ที่สาวคนนี้ได้สอนพวกเรา
แล้วคุณล่ะคิดยังไงกับเรื่องนี้ครับ?
JapanSalaryman

ใครอยากอ่านเรื่องราวต้นเรื่องเป็นภาษาญี่ปุ่น
สามารถอ่านได้จากลิงค์นี้เลยครับ
http://cadot.jp/topics/3586.html/4

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *